“เลือดกำเดาไหล”
หนึ่งในความผิดปกติที่หลายคนเคยพบเจอ แต่รู้หรือไม่ ? น้องหมาเองก็มีเลือดกำเดาไหลได้เหมือนกันนะ
อาการเลือดกำเดาไหลในน้องหมาเป็นเรื่องปกติหรือเปล่า ? แล้วสาเหตุอะไรที่ทำให้น้องหมาเลือดกำเดาไหลได้บ้าง ? ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย !
เลือดกำเดาไหล คืออาการที่น้องหมามีเลือดออกจากโพรงจมูก โดยสาเหตุสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น
1. การเกิดอุบัติเหตุ หรือมีแผลในโพรงจมูก : ปัจจัยนี้เป็นสาเหตุที่เกิดจากตัวของโพรงจมูกเอง เช่น น้องหมาไปวิ่งเล่นแล้วบังเอิญชนโต๊ะ หรือประตูกระจกเข้าอย่างจัง ทำให้เกิดแผลในโพรงจมูก เลือดจึงไหลออกมา หากเจ้าของสังเกตเห็นแบบนี้อย่าเพิ่งตื่นตกใจ เจ้าของสามารถช่วยปฐมพยาบาลน้องหมาเบื้องต้นได้โดยการทำให้พวกเขาอยู่นิ่ง ๆ จากนั้นใช้ผ้าห่อน้ำแข็ง หรือแผ่นประคบเย็นประคบเข้าที่บริเวณจมูกทั้งสองข้าง ประมาณข้างละ 5-10 นาที จากนั้นรีบพาน้องหมาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้เลือดกำเดาไหลจากการเกิดอุบัติเหตุนี้หากไม่รุนแรงมักหายได้ภายในระยะเวลาไม่นาน และมักไม่กลับมาเป็นอีกหากไม่เกิดการกระทบกระเทือนซ้ำ
2. มะเร็ง : โรคมะเร็งในโพรงจมูก นับเป็นอีกหนึ่งโรคที่เป็นสาเหตุของการเกิดเลือดกำเดาไหลในน้องหมา มักพบในน้องหมาสายพันธุ์หน้ายาว และอายุค่อนข้างมาก น้องหมาที่ป่วยด้วยมะเร็งในโพรงจมูกนอกจากจะพบอาการเลือดกำเดาไหลบ่อย ๆ แล้ว ยังมักพบว่ามีอาการหายใจลำบาก หายใจเสียงดัง และสามารถสังเกตเห็นจมูกผิดรูป ปูดโปน หรือตาบวมได้อย่างชัดเจน อาการของเลือดกำเดาไหลในน้องหมาที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งมักพบว่าเป็นแบบเรื้อรัง คือแสดงอาการบ่อยครั้ง หากพบน้องหมาแสดงอาการ หรือลักษณะดังกล่าวควรรีบพาน้องหมาไปรับการตรวจโดยละเอียดจากสัตวแพทย์ทันที
3. การติดพยาธิเม็ดเลือด : พยาธิเม็ดเลือด เป็นปรสิตที่มีเห็บเป็นพาหะ พวกมันจะคอยอาศัยอยู่ภายในเม็ดเลือด และทำให้เม็ดเลือด ตลอดจนเกล็ดเลือดซึ่งมีส่วนช่วยในการแข็งตัวของเลือดเกิดความผิดปกติ น้องหมาจะแสดงอาการของภาวะโลหิตจาง มีเลือดไหลออกจากร่างกาย เช่น เลือดกำเดา และเลือดออกตามไรฟัน โดยมักพบร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น มีไข้สูง มีจุดเลือดออกตามร่างกาย ซึม ไม่มีเรี่ยวแรง อ่อนเพลีย บางรายอาจพบอาการบวมตามร่างกาย และปัสสาวะมีเลือดปน หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้
4. การได้รับสารพิษ : สารพิษ เช่น พิษจากยาเบื่อหนู พิษจากงูแมวเซา งูกะปะ และงูเขียวหางไหม้ ล้วนทำให้การแข็งตัวของเลือดของน้องหมามีปัญหาทั้งสิ้น โดยพิษเหล่านี้แม้ได้รับแค่เพียงเล็กน้อยก็สามารถก่อให้เกิดความผิดปกติได้อย่างรุนแรง หากพบว่าน้องหมาได้รับสารพิษดังกล่าว ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการล้างสารพิษ หรือรับเซรุ่มโดยทันที
จะเห็นได้ว่า “เลือดกำเดาไหลในน้องหมา” อาจมีสาเหตุมาจากเรื่องเล็กน้อย ไปจนถึงเรื่องใหญ่อันตรายถึงชีวิต ดังนั้นเจ้าของอย่างเราอย่าลืมดูแลน้องหมาให้ปลอดภัยอยู่เสมอ และปกป้องน้องหมาจากปัจจัยที่สามารถหลีกเลี่ยงได้
ปกป้องน้องหมาของคุณให้ปลอดภัยจากเห็บ พาหะสำคัญของพยาธิเม็ดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดภาวะเลือดกำเดาไหลในน้องหมาได้แล้ววันนี้ ด้วย Simple Protection โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน ป้องกันปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิต ได้แก่ พยาธิหนอนหัวใจ หมัด เห็บ และพยาธิทางเดินอาหาร
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน
Category: ไลฟ์สไตล์
-

น้องหมาเลือดกำเดาไหล เกิดจากอะไรได้บ้าง ?
“เลือดกำเดาไหล” หนึ่งในความผิดปกติที่หลายคนเคยพบเจอ แต่รู้หรือไม่ ? น้องหมาเองก็มีเลือดกำเดาไหลได้เหมือนกันนะ อาการเลือดกำเดาไหลในน้องหมาเป็นเรื่องปกติหรือเปล่า ? แล้วสาเหตุอะไรที่ทำให้น้องหมาเลือดกำเดาไหลได้บ้าง ? ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย ! เลือดกำเดาไหล คืออาการที่น้องหมามีเลือดออกจากโพรงจมูก โดยสาเหตุสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น 1. การเกิดอุบัติเหตุ หรือมีแผลในโพรงจมูก : ปัจจัยนี้เป็นสาเหตุที่เกิดจากตัวของโพรงจมูกเอง เช่น น้องหมาไปวิ่งเล่นแล้วบังเอิญชนโต๊ะ หรือประตูกระจกเข้าอย่างจัง ทำให้เกิดแผลในโพรงจมูก เลือดจึงไหลออกมา หากเจ้าของสังเกตเห็นแบบนี้อย่าเพิ่งตื่นตกใจ เจ้าของสามารถช่วยปฐมพยาบาลน้องหมาเบื้องต้นได้โดยการทำให้พวกเขาอยู่นิ่ง ๆ จากนั้นใช้ผ้าห่อน้ำแข็ง หรือแผ่นประคบเย็นประคบเข้าที่บริเวณจมูกทั้งสองข้าง ประมาณข้างละ 5-10 นาที จากนั้นรีบพาน้องหมาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้เลือดกำเดาไหลจากการเกิดอุบัติเหตุนี้หากไม่รุนแรงมักหายได้ภายในระยะเวลาไม่นาน และมักไม่กลับมาเป็นอีกหากไม่เกิดการกระทบกระเทือนซ้ำ 2. มะเร็ง : โรคมะเร็งในโพรงจมูก นับเป็นอีกหนึ่งโรคที่เป็นสาเหตุของการเกิดเลือดกำเดาไหลในน้องหมา มักพบในน้องหมาสายพันธุ์หน้ายาว และอายุค่อนข้างมาก น้องหมาที่ป่วยด้วยมะเร็งในโพรงจมูกนอกจากจะพบอาการเลือดกำเดาไหลบ่อย ๆ แล้ว ยังมักพบว่ามีอาการหายใจลำบาก หายใจเสียงดัง และสามารถสังเกตเห็นจมูกผิดรูป ปูดโปน หรือตาบวมได้อย่างชัดเจน อาการของเลือดกำเดาไหลในน้องหมาที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งมักพบว่าเป็นแบบเรื้อรัง คือแสดงอาการบ่อยครั้ง หากพบน้องหมาแสดงอาการ หรือลักษณะดังกล่าวควรรีบพาน้องหมาไปรับการตรวจโดยละเอียดจากสัตวแพทย์ทันที…
-

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากเสริมเกราะป้องกันพยาธิหนอนหัวใจให้น้องหมา แต่ยังคงมีข้อสงสัยฟังทางนี้
ไขข้อสงสัย 3 คำถามยอดฮิตการปกป้องพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา น้องหมาของเราจะใช้โปรแกรมปกป้องพยาธิหนอนหัวใจได้ไหม ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย ! น้องหมาที่กำลังตั้งท้อง หรือให้นมลูก สามารถรับการป้องกันได้ไหม ? จะเป็นอันตรายกับลูกน้อยไหมนะ ? ช่วงเวลาตั้งท้อง หรือให้นมลูก นับเป็นช่วงเวลาที่น้องหมามีความอ่อนไหว และบอบบางมากกว่าช่วงเวลาอื่น ๆ การให้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายไม่ว่าจะโปรแกรมไหน ควรที่จะอยู่ภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์ และเจ้าของควรสังเกตอาการของน้องหมาหลังการได้รับโปรแกรมปกป้องอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในน้องหมาที่มีประวัติการแพ้ยา หรือไม่สามารถรับยาบางชนิดได้ อย่างไรก็ดีการป้องกันพยาธิหนอนหัวใจยังเป็นสิ่งสำคัญ และจำเป็น เพราะถึงแม้ช่วงเวลาตั้งท้อง และให้นมจะเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่เดือน แต่ช่วงเวลานี้ก็นับเป็นช่วงเวลาที่น้องหมามีความเสี่ยงต่อการติดพยาธิหนอนหัวใจได้นั่นเองสำหรับโปรแกรมปกป้อง Simple Protection นับเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่เจ้าของสามารถพิจารณาขอรับได้ เนื่องจากไม่มีข้อห้ามใช้สำหรับน้องหมาตั้งท้อง และให้นมลูก ตลอดจนไม่มีรายงานการเกิดผลข้างเคียงที่อันตรายสำหรับน้องหมาที่กำลังตั้งท้องอย่างไรก็ดีอย่าลืมขอแนะนำจากสัตวแพทย์ก่อนเข้าสู่โปรแกรมปกป้องทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของน้องหมาด้วยล่ะ ^^ ถ้าอยากเปลี่ยนจากโปรแกรมเดิมที่เคยใช้มาใช้โปรแกรมการปกป้องแบบ 3 ชั้น จะเป็นอันตรายไหมนะ ?หากคุณเคยใช้โปรแกรมปกป้องชนิดอื่น แล้วอยากเปลี่ยนมามอบการปกป้องให้ครบทั้ง 3 ชั้น ทั้งพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตภายนอก และพยาธิภายในอย่าง Simple Protection โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่สัตวแพทย์แนะนำ สามารถทำได้ ไม่ต้องกังวล ! การเปลี่ยนโปรแกรมนี้มักไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด…
ไขข้อสงสัย 3 คำถามยอดฮิตการปกป้องพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา น้องหมาของเราจะใช้โปรแกรมปกป้องพยาธิหนอนหัวใจได้ไหม ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย !
น้องหมาที่กำลังตั้งท้อง หรือให้นมลูก สามารถรับการป้องกันได้ไหม ? จะเป็นอันตรายกับลูกน้อยไหมนะ ?
ช่วงเวลาตั้งท้อง หรือให้นมลูก นับเป็นช่วงเวลาที่น้องหมามีความอ่อนไหว และบอบบางมากกว่าช่วงเวลาอื่น ๆ การให้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายไม่ว่าจะโปรแกรมไหน ควรที่จะอยู่ภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์ และเจ้าของควรสังเกตอาการของน้องหมาหลังการได้รับโปรแกรมปกป้องอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในน้องหมาที่มีประวัติการแพ้ยา หรือไม่สามารถรับยาบางชนิดได้ อย่างไรก็ดีการป้องกันพยาธิหนอนหัวใจยังเป็นสิ่งสำคัญ และจำเป็น เพราะถึงแม้ช่วงเวลาตั้งท้อง และให้นมจะเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่เดือน แต่ช่วงเวลานี้ก็นับเป็นช่วงเวลาที่น้องหมามีความเสี่ยงต่อการติดพยาธิหนอนหัวใจได้นั่นเอง
สำหรับโปรแกรมปกป้อง Simple Protection นับเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่เจ้าของสามารถพิจารณาขอรับได้ เนื่องจากไม่มีข้อห้ามใช้สำหรับน้องหมาตั้งท้อง และให้นมลูก ตลอดจนไม่มีรายงานการเกิดผลข้างเคียงที่อันตรายสำหรับน้องหมาที่กำลังตั้งท้อง
อย่างไรก็ดีอย่าลืมขอแนะนำจากสัตวแพทย์ก่อนเข้าสู่โปรแกรมปกป้องทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของน้องหมาด้วยล่ะ ^^ถ้าอยากเปลี่ยนจากโปรแกรมเดิมที่เคยใช้มาใช้โปรแกรมการปกป้องแบบ 3 ชั้น จะเป็นอันตรายไหมนะ ?
หากคุณเคยใช้โปรแกรมปกป้องชนิดอื่น แล้วอยากเปลี่ยนมามอบการปกป้องให้ครบทั้ง 3 ชั้น ทั้งพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตภายนอก และพยาธิภายในอย่าง Simple Protection โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่สัตวแพทย์แนะนำ สามารถทำได้ ไม่ต้องกังวล ! การเปลี่ยนโปรแกรมนี้มักไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ กับน้องหมา (ยกเว้นน้องหมาของคุณมีประวัติการแพ้ยา ซึ่งควรแจ้งให้สัตวแพทย์ทราบทุกครั้ง) ทั้งนี้สัตวแพทย์จะเป็นคนแนะนำว่าเมื่อไรที่คุณควรเริ่มให้โปรแกรมปกป้อง Simple Protection ซึ่งสัตวแพทย์อาจเว้นช่วงจากการให้โปรแกรมปกป้องครั้งล่าสุดตามความเหมาะสม และเมื่อเริ่มผสาน 3 พลัง การปกป้องให้กับน้องหมาแล้ว เราขอแนะนำให้ใช้โปรแกรมอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือนเพื่อประสิทธิภาพการป้องกันที่ดีที่สุดโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจได้ผล 100% เลยหรือเปล่า ?
การมอบโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตตัวร้ายด้วยการเสริมเกราะป้องกัน 3 ชั้นจาก Simple Protection ให้ผลการปกป้องที่มีประสิทธิภาพสูง ด้วยการทดสอบจากสัตวแพทย์ และการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะโปรแกรมปกป้องที่มีประสิทธิภาพมากแค่ไหนในโลก แต่การดูแลน้องหมาอย่างครอบคลุม ทั้งการหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับยุง และการใช้โปรแกรมอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำข้างฉลากยังคงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อประสิทธิภาพการป้องกันที่ดีที่สุด🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน
-

“พยาธิหนอนหัวใจ”
ปรสิตตัวร้ายที่สัตวแพทย์เตือนนัก เตือนหนาว่ามีความอันตรายร้ายแรง แถมยังติดง่ายเพียงการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียวอันตรายจากพยาธิหนอนหัวใจจะมากมายแค่ไหนกันนะ ? ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย ! เป็นสาเหตุของการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวพยาธิหนอนหัวใจ คือปรสิตที่มียุงเป็นพาหะ เมื่อน้องหมาโดนยุงกัด พยาธิหนอนหัวใจจะถ่ายทอดจากยุงเข้าสู่กระแสเลือดของน้องหมา พวกมันจะเจริญเติบโตอยู่ภายในหลอดเลือด และเกิดการผสมพันธุ์เพื่อเพิ่มจำนวน เมื่อพยาธิหนอนหัวใจเติบโต และเพิ่มจำนวนมากขึ้น พวกมันจะก่อให้เกิดการอุดตัน โดยเฉพาะบริเวณหัวใจ ซึ่งเมื่อหัวใจเกิดการอุดตันขึ้น จะส่งผลให้การสูบฉีดเลือดผิดปกติ ร่างกายได้รับเลือดไปหล่อเลี้ยงน้อยลง สมดุลของเหลวภายในร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหลอดเลือดผิดปกติไป ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นที่มาของการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว หรือภาวะที่หัวใจไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นับเป็นภาวะอันตราย และเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในน้องหมาที่ป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจเลยล่ะ มีแบคทีเรียแฝงกระตุ้นการเกิดภาวะปอดอักเสบพยาธิหนอนหัวใจไม่ได้มีความร้ายกาจแค่ตัวของมันเองเท่านั้น แต่มันยังมีแบคทีเรียที่แอบแฝงมา ชื่อว่า “โวบาเคีย” อีกด้วย เจ้าแบคทีเรียชนิดนี้จะอยู่อาศัยแบบพึ่งพากับพยาธิหนอนหัวใจ คอยกระตุ้นให้ร่างกายของน้องหมาเกิดการอักเสบ โดยเฉพาะที่บริเวณปอด ส่งผลให้น้องหมาเกิดภาวะปอดอักเสบ และมีปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจตามมา นอกจากนี้ เจ้าแบคทีเรียดังกล่าวยังเป็นหนึ่งในอุปสรรคการรักษาโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา เพราะเมื่อใดก็ตามที่แบคทีเรียชนิดนี้ตายลง พยาธิหนอนหัวใจที่เป็นที่อยู่อาศัยของแบคทีเรียก็จะตายลงตามไปด้วย ส่งผลให้เศษซากพยาธิหนอนหัวใจเกิดการอุดตันในกระแสเลือด เกิดเป็นภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งส่งผลให้น้องหมาเกิดภาวะอัมพาต หรือแม้กระทั่งเสียชีวิตเฉียบพลันได้เลยทีเดียว ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน ก่อให้เกิดการเสียชีวิตกระทันหันได้ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน หรือ caval syndrome คือ ภาวะอันตรายของการติดพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา เป็นภาวะที่พยาธิหนอนหัวใจตัวเต็มวัยจำนวนมากเกิดการอุดตันภายในหัวใจ และส่งผลให้ระบบการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมีปัญหา น้องหมาที่เกิดภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตันจะแสดงอาการอย่างเฉียบพลัน…
ปรสิตตัวร้ายที่สัตวแพทย์เตือนนัก เตือนหนาว่ามีความอันตรายร้ายแรง แถมยังติดง่ายเพียงการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียว
อันตรายจากพยาธิหนอนหัวใจจะมากมายแค่ไหนกันนะ ? ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย !
เป็นสาเหตุของการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว
พยาธิหนอนหัวใจ คือปรสิตที่มียุงเป็นพาหะ เมื่อน้องหมาโดนยุงกัด พยาธิหนอนหัวใจจะถ่ายทอดจากยุงเข้าสู่กระแสเลือดของน้องหมา พวกมันจะเจริญเติบโตอยู่ภายในหลอดเลือด และเกิดการผสมพันธุ์เพื่อเพิ่มจำนวน เมื่อพยาธิหนอนหัวใจเติบโต และเพิ่มจำนวนมากขึ้น พวกมันจะก่อให้เกิดการอุดตัน โดยเฉพาะบริเวณหัวใจ ซึ่งเมื่อหัวใจเกิดการอุดตันขึ้น จะส่งผลให้การสูบฉีดเลือดผิดปกติ ร่างกายได้รับเลือดไปหล่อเลี้ยงน้อยลง สมดุลของเหลวภายในร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหลอดเลือดผิดปกติไป ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นที่มาของการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว หรือภาวะที่หัวใจไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นับเป็นภาวะอันตราย และเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในน้องหมาที่ป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจเลยล่ะ
มีแบคทีเรียแฝงกระตุ้นการเกิดภาวะปอดอักเสบ
พยาธิหนอนหัวใจไม่ได้มีความร้ายกาจแค่ตัวของมันเองเท่านั้น แต่มันยังมีแบคทีเรียที่แอบแฝงมา ชื่อว่า “โวบาเคีย” อีกด้วย เจ้าแบคทีเรียชนิดนี้จะอยู่อาศัยแบบพึ่งพากับพยาธิหนอนหัวใจ คอยกระตุ้นให้ร่างกายของน้องหมาเกิดการอักเสบ โดยเฉพาะที่บริเวณปอด ส่งผลให้น้องหมาเกิดภาวะปอดอักเสบ และมีปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจตามมา นอกจากนี้ เจ้าแบคทีเรียดังกล่าวยังเป็นหนึ่งในอุปสรรคการรักษาโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา เพราะเมื่อใดก็ตามที่แบคทีเรียชนิดนี้ตายลง พยาธิหนอนหัวใจที่เป็นที่อยู่อาศัยของแบคทีเรียก็จะตายลงตามไปด้วย ส่งผลให้เศษซากพยาธิหนอนหัวใจเกิดการอุดตันในกระแสเลือด เกิดเป็นภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งส่งผลให้น้องหมาเกิดภาวะอัมพาต หรือแม้กระทั่งเสียชีวิตเฉียบพลันได้เลยทีเดียว
ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน ก่อให้เกิดการเสียชีวิตกระทันหันได้
ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน หรือ caval syndrome คือ ภาวะอันตรายของการติดพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา เป็นภาวะที่พยาธิหนอนหัวใจตัวเต็มวัยจำนวนมากเกิดการอุดตันภายในหัวใจ และส่งผลให้ระบบการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมีปัญหา น้องหมาที่เกิดภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตันจะแสดงอาการอย่างเฉียบพลัน คือ เหนื่อยล้า อ่อนแรง ปัสสาวะเป็นเลือด เหงือกซีด และหมดสติ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที น้องหมาอาจได้รับอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้
พยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตตัวร้ายที่มีความอันตรายทั้งจากตัวของมันเอง และจากแบคทีเรียที่แอบแฝงอยู่ อย่าปล่อยให้น้องหมาต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานจากโรคพยาธิหนอนหัวใจ เสริมเกราะป้องกันพยาธิหนอนหัวใจให้น้องหมาตั้งแต่วันนี้
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน -

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ! พยาธิหนอนหัวใจก็ดื้อยาได้นะ !
“พยาธิหนอนหัวใจ” นับเป็นปรสิตตัวร้ายที่คร่าชีวิตน้องหมาไปอย่างมากมาย โดยเฉพาะในเขตประเทศไทยที่มีภูมิอากาศแบบร้อนชื้นซึ่งอำนวยต่อการเพิ่มจำนวนของยุง พาหะของโรคพยาธิหนอนหัวใจ อีกทั้งโรคนี้ยังสามารถติดได้ง่าย ๆ ผ่านการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียว ส่งผลให้การป้องกันพยาธิหนอนหัวใจเป็นสิ่งจำเป็นที่เจ้าของไม่ควรละเลยการป้องกันพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำทุกเดือน เป็นสิ่งที่สัตวแพทย์แนะนำให้เจ้าของทุกท่านปฏิบัติอยู่เสมอ แต่ไม่นานมานี้มีได้มีงานวิจัยสุดช็อคที่บอกว่า พยาธิหนอนหัวใจ เกิดการดื้อยาป้องกันได้แล้วในปัจจุบัน ! แล้วแบบนี้เราจะต้องทำอย่างไร ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย ^^ งานวิจัยพบพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมาดื้อยาได้แล้วนะ !ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่างานวิจัยชิ้นนี้ทำการสำรวจในประเทศสหรัฐอมเริกาซึ่งพบการระบาดของโรคพยาธิหนอนหัวใจสูง การดื้อยาดังกล่าว คือการดื้อยาในกลุ่ม macrocyclic lactones (MLs) ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่ถูกใช้ในโปรแกรมปกป้องพยาธิหนอนหัวใจหลายชนิด และเป็นกลุ่มเดียวที่ได้รับอนุญาตให้สามารถใช้ในสัตว์ได้ (เพราะได้รับการทดสอบแล้วว่าปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงอันตรายนั่นเอง) ส่งผลให้การป้องกันพยาธิหนอนหัวใจไม่มีประสิทธิภาพ พยาธิหนอนหัวใจตัวอ่อนไม่ตอบสนองต่อยา และเกิดการเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยได้ต่อไป หนทางเดียวในการรับมือกับการที่พยาธิหนอนหัวใจดื้อยานี้ จึงเป็นการเพิ่มขนาดยา และปรับวิธีการให้ยา ซึ่งตัวยาที่ได้รับการทดสอบว่าปลอดภัย และได้ผลดีเมื่อปรับขนาดยาดังกล่าว คือตัวยาที่มีชื่อว่า moxidectin ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวช่วยผสาน 3 พลังการปกป้องจาก Simple Protection นั่นเอง ^^ พยาธิหนอนหัวใจดื้อยา ส่งผลอย่างไร ?โดยปกติแล้วโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจจะออกฤทธิ์กำจัดตัวอ่อนที่ไหลเวียนภายในกระแสเลือด ส่งผลให้ตัวอ่อนตายลง ไม่เจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยซึ่งก่อโรค และไม่เกิดการขยายพันธุ์เพิ่มจำนวน แต่การที่พยาธิหนอนหัวใจเกิดการดื้อยานี้จะส่งผลให้ตัวอ่อนไม่ถูกทำลาย เกิดการเจริญเติบโต และสืบพันธุ์เพิ่มจำนวน จนก่อโรครุนแรงต่อไปได้ในอนาคตนั่นเอง เคล็ดลับป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ…
“พยาธิหนอนหัวใจ” นับเป็นปรสิตตัวร้ายที่คร่าชีวิตน้องหมาไปอย่างมากมาย โดยเฉพาะในเขตประเทศไทยที่มีภูมิอากาศแบบร้อนชื้นซึ่งอำนวยต่อการเพิ่มจำนวนของยุง พาหะของโรคพยาธิหนอนหัวใจ อีกทั้งโรคนี้ยังสามารถติดได้ง่าย ๆ ผ่านการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียว ส่งผลให้การป้องกันพยาธิหนอนหัวใจเป็นสิ่งจำเป็นที่เจ้าของไม่ควรละเลย
การป้องกันพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำทุกเดือน เป็นสิ่งที่สัตวแพทย์แนะนำให้เจ้าของทุกท่านปฏิบัติอยู่เสมอ แต่ไม่นานมานี้มีได้มีงานวิจัยสุดช็อคที่บอกว่า พยาธิหนอนหัวใจ เกิดการดื้อยาป้องกันได้แล้วในปัจจุบัน ! แล้วแบบนี้เราจะต้องทำอย่างไร ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย ^^
งานวิจัยพบพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมาดื้อยาได้แล้วนะ !
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่างานวิจัยชิ้นนี้ทำการสำรวจในประเทศสหรัฐอมเริกาซึ่งพบการระบาดของโรคพยาธิหนอนหัวใจสูง การดื้อยาดังกล่าว คือการดื้อยาในกลุ่ม macrocyclic lactones (MLs) ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่ถูกใช้ในโปรแกรมปกป้องพยาธิหนอนหัวใจหลายชนิด และเป็นกลุ่มเดียวที่ได้รับอนุญาตให้สามารถใช้ในสัตว์ได้ (เพราะได้รับการทดสอบแล้วว่าปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงอันตรายนั่นเอง) ส่งผลให้การป้องกันพยาธิหนอนหัวใจไม่มีประสิทธิภาพ พยาธิหนอนหัวใจตัวอ่อนไม่ตอบสนองต่อยา และเกิดการเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยได้ต่อไป หนทางเดียวในการรับมือกับการที่พยาธิหนอนหัวใจดื้อยานี้ จึงเป็นการเพิ่มขนาดยา และปรับวิธีการให้ยา ซึ่งตัวยาที่ได้รับการทดสอบว่าปลอดภัย และได้ผลดีเมื่อปรับขนาดยาดังกล่าว คือตัวยาที่มีชื่อว่า moxidectin ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวช่วยผสาน 3 พลังการปกป้องจาก Simple Protection นั่นเอง ^^
พยาธิหนอนหัวใจดื้อยา ส่งผลอย่างไร ?
โดยปกติแล้วโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจจะออกฤทธิ์กำจัดตัวอ่อนที่ไหลเวียนภายในกระแสเลือด ส่งผลให้ตัวอ่อนตายลง ไม่เจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยซึ่งก่อโรค และไม่เกิดการขยายพันธุ์เพิ่มจำนวน แต่การที่พยาธิหนอนหัวใจเกิดการดื้อยานี้จะส่งผลให้ตัวอ่อนไม่ถูกทำลาย เกิดการเจริญเติบโต และสืบพันธุ์เพิ่มจำนวน จนก่อโรครุนแรงต่อไปได้ในอนาคตนั่นเอง
เคล็ดลับป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ หมดห่วงเรื่องการดื้อยา
ถึงแม้จะมีรายงานพบการดื้อยาของพยาธิหนอนหัวใจ แต่การป้องกันด้วยโปรแกรมปกป้องที่ได้มาตรฐาน ผ่านการทดสอบจากสถาบันอันน่าเชื่อถือ และได้รับคำแนะนำจากสัตวแพทย์ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเจ้าของควรเลือกโปรแกรมปกป้องที่มีการปรับขยายยาให้เหมาะสม และสามารถเอาชนะการดื้อยาของพยาธิหนอนหัวใจได้ อย่างเช่น Simple Protection โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน ร่วมไปกับการป้องกันไม่ให้น้องหมาโดนยุงกัด ดูแลสิ่งแวดล้อมรอบบ้านไม่ให้มีแหล่งน้ำขัง อันเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงซึ่งเป็นพาหะของพยาธิหนอนหัวใจ
ในยุคพยาธิหนอนหัวใจดื้อยาแบบนี้ อย่าลืมเลือกโปรแกรมปกป้องที่ดีที่สุดให้น้องหมาของคุณ ^^
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน -

ไขข้อสงสัย เห็บ vs หมัด ต่างกันอย่างไร ?
“เอ๊ะ ? เจ้าปรสิตตัวเล็กจิ๋วที่กำลังกัดน้องหมา น้องแมวตัวนี้คืออะไรกันนะ ?”เชื่อว่าเจ้าของหลายท่านต้องเคยพบเจอปรสิตตัวเล็กจิ๋วที่คอยดูดเลือดน้องหมา น้องแมวอยู่เป็นประจำ แต่น้อยคนนักที่จะแยกออกว่าเจ้าปรสิตที่เราเห็นอยู่นี้ แท้จริงแล้วมันคือเห็บ หรือหมัดกันแน่นะ ?ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปไขข้อสงสัย หาความแตกต่างของเห็บและหมัดกัน ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย >< “ถึงจะตัวเล็กเหมือนกัน แต่หน้าตาไม่เหมือนกันเลย”เห็บ : เห็บมีลำตัวสีน้ำตาลเข้ม และมีลักษณะแบนถ้ามองจากด้านบน (เหมือนโดนหนังสือทับเลยล่ะ ><) แต่เมื่อดูดกินเลือดจนเต็มอิ่มพวกมันจะมีขนาดตัวที่บวมเบ่งไปด้วยเลือดอย่างสังเกตเห็นได้ชัด ตัวเต็มวัยของพวกมันมี 8 ขา และมีขนาดที่แตกต่างกันระหว่างตัวผู้ และตัวเมีย โดยเห็บตัวเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ และถ้าสังเกตให้ดี ๆ จะพบว่าเห็บมีส่วนหัวที่สามารถสังเกตได้ยาก แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถสังเกตเห็นปากที่ยื่นออกมาได้อย่างชัดเจน ซึ่งพวกมันจะใช้ปากนี้กัดเข้าไปบนตัวน้องหมาเพื่อดูดกินเลือดเป็นอาหารนั่นเองหมัด : หมัดมีลำตัวสีน้ำตาลค่อนไปทางดำ ลำตัวของพวกมันมีลักษณะแบนถ้ามองจากด้านข้าง (ซึ่งตรงข้ามกับเห็บ) อีกทั้งยังมีขนาดที่เล็กจิ๋วเพียง 1-2.5 มิลลิเมตร (เล็กกว่าเห็บซะอีก ><) ลำตัวปกคลุมไปด้วยขน และมีส่วนหัวที่มีทรงสามเหลี่ยม ตัวเต็มวัยของพวกมันมีขาเพียง 6 ขา แต่ขาเหล่านี้มีความแข็งแรงสูงมาก ส่งผลให้หมัดมีความสามารถในการกระโดด จนได้ชื่อว่ากระโดดเก่งที่สุดในโลกเลยล่ะ ! หมัดจะใช้ปากกัดเพื่อดูดเลือดน้องหมาเป็นอาหารเช่นเดียวกับเห็บ ส่งผลให้น้องหมาเสียเลือดได้ไม่แตกต่างกันเลย “นอกจากรูปร่างจะแตกต่างกันแล้ว วงจรชีวิตก็แตกต่างกันด้วย”เห็บ :…
“เอ๊ะ ? เจ้าปรสิตตัวเล็กจิ๋วที่กำลังกัดน้องหมา น้องแมวตัวนี้คืออะไรกันนะ ?”
เชื่อว่าเจ้าของหลายท่านต้องเคยพบเจอปรสิตตัวเล็กจิ๋วที่คอยดูดเลือดน้องหมา น้องแมวอยู่เป็นประจำ แต่น้อยคนนักที่จะแยกออกว่าเจ้าปรสิตที่เราเห็นอยู่นี้ แท้จริงแล้วมันคือเห็บ หรือหมัดกันแน่นะ ?
ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปไขข้อสงสัย หาความแตกต่างของเห็บและหมัดกัน ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย ><
“ถึงจะตัวเล็กเหมือนกัน แต่หน้าตาไม่เหมือนกันเลย”
เห็บ : เห็บมีลำตัวสีน้ำตาลเข้ม และมีลักษณะแบนถ้ามองจากด้านบน (เหมือนโดนหนังสือทับเลยล่ะ ><) แต่เมื่อดูดกินเลือดจนเต็มอิ่มพวกมันจะมีขนาดตัวที่บวมเบ่งไปด้วยเลือดอย่างสังเกตเห็นได้ชัด ตัวเต็มวัยของพวกมันมี 8 ขา และมีขนาดที่แตกต่างกันระหว่างตัวผู้ และตัวเมีย โดยเห็บตัวเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ และถ้าสังเกตให้ดี ๆ จะพบว่าเห็บมีส่วนหัวที่สามารถสังเกตได้ยาก แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถสังเกตเห็นปากที่ยื่นออกมาได้อย่างชัดเจน ซึ่งพวกมันจะใช้ปากนี้กัดเข้าไปบนตัวน้องหมาเพื่อดูดกินเลือดเป็นอาหารนั่นเอง
หมัด : หมัดมีลำตัวสีน้ำตาลค่อนไปทางดำ ลำตัวของพวกมันมีลักษณะแบนถ้ามองจากด้านข้าง (ซึ่งตรงข้ามกับเห็บ) อีกทั้งยังมีขนาดที่เล็กจิ๋วเพียง 1-2.5 มิลลิเมตร (เล็กกว่าเห็บซะอีก ><) ลำตัวปกคลุมไปด้วยขน และมีส่วนหัวที่มีทรงสามเหลี่ยม ตัวเต็มวัยของพวกมันมีขาเพียง 6 ขา แต่ขาเหล่านี้มีความแข็งแรงสูงมาก ส่งผลให้หมัดมีความสามารถในการกระโดด จนได้ชื่อว่ากระโดดเก่งที่สุดในโลกเลยล่ะ ! หมัดจะใช้ปากกัดเพื่อดูดเลือดน้องหมาเป็นอาหารเช่นเดียวกับเห็บ ส่งผลให้น้องหมาเสียเลือดได้ไม่แตกต่างกันเลย
“นอกจากรูปร่างจะแตกต่างกันแล้ว วงจรชีวิตก็แตกต่างกันด้วย”
เห็บ : เห็บทั้งเพศผู้ และเพศเมียจะผสมพันธุ์ และดูดเลือดน้องหมาเป็นอาหาร หลังจากนั้น เห็บเพศเมียจะกระโดดลงสู่สิ่งแวดล้อมเพื่อวางไข่บนดิน หรือซอกหลืบพื้นบ้าน เมื่อไข่ฟัก ตัวอ่อนจะกระโดดกลับขึ้นสู่ร่างกายน้องหมา และดูดกินเลือดเป็นอาหาร หลังจากนั้น ตัวอ่อนจะกลับสู่สิ่งแวดล้อมอีกครั้งเพื่อลอกคราบ เป็นเช่นนี้จนถึงระยะตัวเต็มวัย เรียกได้ว่า เห็บมีวงจรชีวิตที่ไป ๆ กลับ ๆ ระหว่างสิ่งแวดล้อม และร่างกายน้องหมาอยู่ตลอดเวลาเลยล่ะ
หมัด : หมัดตัวเต็มวัยจะอาศัยอยู่บนร่างกายน้องหมาเพื่อดูดกินเลือดเป็นอาหารตลอดเวลา มีเพียงระยะไข่ที่จะตกลงสู่สิ่งแวดล้อม และเมื่อไข่ฟักออกมา ตัวอ่อนจะกินฝุ่น และเศษผิวหนังของน้องหมาในสิ่งแวดล้อมเป็นอาหาร เมื่อโตเต็มวัยพวกมันจึงจะกระโดดขึ้นมาบนตัวน้องหมา เรียกได้ว่าเมื่อขึ้นบนตัวน้องหมาแล้ว พวกมันจะไม่กลับลงสู่สิ่งแวดล้อมอีกเลยล่ะ
“เห็บ หมัด นำโรคไม่เหมือนกันด้วยนะ”
เห็บ : เป็นสาเหตุของโรคพยาธิเม็ดเลือดหลายชนิด ส่งผลให้น้องหมาเกิดภาวะโลหิตจาง ในรายที่รุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลยล่ะ
หมัด : เป็นสาเหตุของโรคผิวหนัง เนื่องจากน้ำลายหมัดมีสารที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้ นอกจากนี้หมัดยังเป็นพาหะของพยาธิตืดแตงกวา ซึ่งน้องหมาสามารถติดได้ผ่านการกินหมัดอีกด้วย
ถึงเห็บ หมัดจะมีความแตกต่างกัน แต่พวกมันล้วนเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาสุขภาพทั้งในน้องหมา และน้องแมว
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน -

ดูแลน้องหมาป่วยพยาธิหนอนหัวใจ ต้องทำอย่างไรบ้าง ?
“น้องหมาแสนรักป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจ ควรทำอย่างไรดี ? T^T”โรคร้ายอย่างโรคพยาธิหนอนหัวใจ คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับน้องหมาแสนรักของตัวเอง แต่การจะหลีกเลี่ยงยุงก็ช่างยากเหลือเกิน และการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจได้แล้ว หากน้องหมาของเราบังเอิญโชคร้ายป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจ อย่าลืมดูแลน้องหมาให้ถูกวิธี ดังต่อไปนี้ 1. ให้ยาตามคำสั่งของสัตวแพทย์ : “ให้ยาตามคำสั่งของคุณหมออย่างเคร่งครัด” คือหัวใจสำคัญของการรักษา โดยการรักษาโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมาจะต้องทำการกำจัดภัยร้าย 2 ส่วน คือ ตัวพยาธิหนอนหัวใจเอง และแบคทีเรียที่แอบแฝงมากับพยาธิหนอนหัวใจ การให้ยาของคุณหมอจำเป็นที่จะต้องให้อย่างต่อเนื่อง เป็นระยะเวลานาน เพราะการรักษาจำเป็นต้องค่อย ๆ กำจัดพยาธิอย่างช้า ๆ เนื่องจากการกำจัดพยาธิในทันทีอาจส่งผลให้ตัวพยาธิที่ตายเกิดการอุดตันภายในกระแสเลือดได้ นอกจากนี้ การให้ยากำจัดเชื้อแบคทีเรียที่แอบแฝงมากับพยาธิหนอนหัวใจจำเป็นที่จะต้องให้อย่างต่อเนื่อง ห้ามหยุดยาด้วยตัวเอง และให้ตามคำสั่งของคุณหมออย่างเคร่งครัดเพื่อหลีกเลี่ยงการดื้อยาของเชื้อ (มิเช่นนั้น หากเชื้อเกิดการดื้อยาขึ้นมาแล้วจะส่งผลให้การรักษายุ่งยากขึ้นมากเลยล่ะ) 2. จำกัดการออกกำลังกาย : อีกหนึ่งการดูแลที่เจ้าของต้องควบคุมให้ดี คือการออกกำลังกายของน้องหมา เพราะการที่หัวใจของน้องหมาเต้นเร็ว และแรงจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้พยาธิหนอนหัวใจที่อยู่ภายในระบบหมุนเวียนเลือดเกิดการอุดตันได้ อ๊ะ อ๊ะ ! ไม่เพียงแค่การออกกำลังกายเพียงเท่านั้น กิจกรรมอื่น ๆ ที่อาจทำให้น้องหมาหัวใจเต้นเร็ว เช่น การเล่นกันเองของน้องหมา หรือการว่ายน้ำ ก็เป็นสิ่งต้องระวังเช่นกัน (ในบางรายคุณหมออาจแนะนำให้ขังน้องไว้ในกรงเพื่อจำกัดการทำกิจกรรมเลยล่ะ สามารถสอบถามคุณหมอเพิ่มเติมถึงการจำกัดการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับน้องหมาของเราได้เลย) 3.…
“น้องหมาแสนรักป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจ ควรทำอย่างไรดี ? T^T”
โรคร้ายอย่างโรคพยาธิหนอนหัวใจ คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับน้องหมาแสนรักของตัวเอง แต่การจะหลีกเลี่ยงยุงก็ช่างยากเหลือเกิน และการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจได้แล้ว
หากน้องหมาของเราบังเอิญโชคร้ายป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจ อย่าลืมดูแลน้องหมาให้ถูกวิธี ดังต่อไปนี้
1. ให้ยาตามคำสั่งของสัตวแพทย์ : “ให้ยาตามคำสั่งของคุณหมออย่างเคร่งครัด” คือหัวใจสำคัญของการรักษา โดยการรักษาโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมาจะต้องทำการกำจัดภัยร้าย 2 ส่วน คือ ตัวพยาธิหนอนหัวใจเอง และแบคทีเรียที่แอบแฝงมากับพยาธิหนอนหัวใจ การให้ยาของคุณหมอจำเป็นที่จะต้องให้อย่างต่อเนื่อง เป็นระยะเวลานาน เพราะการรักษาจำเป็นต้องค่อย ๆ กำจัดพยาธิอย่างช้า ๆ เนื่องจากการกำจัดพยาธิในทันทีอาจส่งผลให้ตัวพยาธิที่ตายเกิดการอุดตันภายในกระแสเลือดได้ นอกจากนี้ การให้ยากำจัดเชื้อแบคทีเรียที่แอบแฝงมากับพยาธิหนอนหัวใจจำเป็นที่จะต้องให้อย่างต่อเนื่อง ห้ามหยุดยาด้วยตัวเอง และให้ตามคำสั่งของคุณหมออย่างเคร่งครัดเพื่อหลีกเลี่ยงการดื้อยาของเชื้อ (มิเช่นนั้น หากเชื้อเกิดการดื้อยาขึ้นมาแล้วจะส่งผลให้การรักษายุ่งยากขึ้นมากเลยล่ะ)
2. จำกัดการออกกำลังกาย : อีกหนึ่งการดูแลที่เจ้าของต้องควบคุมให้ดี คือการออกกำลังกายของน้องหมา เพราะการที่หัวใจของน้องหมาเต้นเร็ว และแรงจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้พยาธิหนอนหัวใจที่อยู่ภายในระบบหมุนเวียนเลือดเกิดการอุดตันได้ อ๊ะ อ๊ะ ! ไม่เพียงแค่การออกกำลังกายเพียงเท่านั้น กิจกรรมอื่น ๆ ที่อาจทำให้น้องหมาหัวใจเต้นเร็ว เช่น การเล่นกันเองของน้องหมา หรือการว่ายน้ำ ก็เป็นสิ่งต้องระวังเช่นกัน (ในบางรายคุณหมออาจแนะนำให้ขังน้องไว้ในกรงเพื่อจำกัดการทำกิจกรรมเลยล่ะ สามารถสอบถามคุณหมอเพิ่มเติมถึงการจำกัดการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับน้องหมาของเราได้เลย)
3. ใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจอย่างสม่ำเสมอ : ถึงแม้น้องหมาจะป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจ แต่การป้องกันเพื่อไม่ให้น้องหมากลับมาป่วยซ้ำก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน โดยปัจจุบันมีโปรแกรมปกป้องที่สามารถเริ่มให้ได้เลย แม้น้องหมาจะป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจอยู่ และที่สำคัญต้องให้เป็นประจำ อย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแต่ละโปรแกรม เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของการป้องกัน สามารถสอบถามคุณหมอเพิ่มเติมถึงโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจที่เหมาะสมได้เลย
การดูแลน้องหมาที่ป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจจำเป็นต้องอาศัยความใส่ใจเป็นอย่างมาก อย่าลืมทำตามคำแนะนำเหล่านี้ โดยเฉพาะการปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจเพื่อไม่ให้น้องหมากลับมาป่วยซ้ำด้วยโปรแกรมปกป้องที่ปลอดภัย และสามารถให้ได้แม้น้องหมากำลังเผชิญกับโรคร้าย
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน -

ทำความรู้จัก “ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน” ภาวะอันตรายจากพยาธิหนอนหัวใจ
โรคพยาธิหนอนหัวใจ โรคร้ายที่มีพยาธิหนอนหัวใจเป็นพาหะ ซึ่งน้องหมาสามารถติดได้ง่าย ๆ เพียงการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียว โรคนี้นับว่าเป็นโรคที่มีความอันตรายสูง เพราะหากปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน และไม่ได้ทำการรักษา น้องหมาอาจได้รับอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ !“ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน” คือภาวะอันตรายของโรคพยาธิหนอนหัวใจที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตเฉียบพลันในน้องหมา ภาวะนี้คืออะไร และจะป้องกันได้อย่างไรบ้าง ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย ! ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน (caval syndrome) คืออะไร ?ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน หรือที่คุณหมอเรียกว่า caval syndrome คือ ภาวะที่พยาธิหนอนหัวใจตัวเต็มวัยจำนวนมากเกิดการอุดตันภายในหัวใจ ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดมีปัญหา เลือดไม่สามารถสูบฉีดจากหัวใจไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างเพียงพอ หากน้องหมาเกิดภาวะนี้จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดเอาพยาธิหนอนหัวใจที่อุดตันออกโดยด่วน ! อาการของภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตันเป็นอย่างไร ? และมีความอันตรายแค่ไหนกันนะ?น้องหมาที่เกิดภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตันจะแสดงอาการอย่างเฉียบพลัน คือ เหนื่อยล้า อ่อนแรง ปัสสาวะเป็นเลือด เหงือกซีด และหมดสติ ในรายที่รุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตเฉียบพลันได้เลยล่ะ ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตันสามารถป้องกันได้อย่างไร ?ไม่ป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจเลยย่อมดีที่สุด !วิธีการป้องกันก็ง่าย ๆ เพียงป้องกันน้องหมาจากยุง ด้วยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงใกล้บ้าน กางมุ้ง หรือกั้นมุ้งลวดรอบบริเวณบ้านเพื่อลดโอกาสการสัมผัสกับยุง และพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจกับคุณหมอเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อสามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้อย่าลืมใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตตัวร้ายที่อันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะพยาธิหนอนหัวใจ…
โรคพยาธิหนอนหัวใจ โรคร้ายที่มีพยาธิหนอนหัวใจเป็นพาหะ ซึ่งน้องหมาสามารถติดได้ง่าย ๆ เพียงการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียว โรคนี้นับว่าเป็นโรคที่มีความอันตรายสูง เพราะหากปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน และไม่ได้ทำการรักษา น้องหมาอาจได้รับอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ !
“ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน” คือภาวะอันตรายของโรคพยาธิหนอนหัวใจที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตเฉียบพลันในน้องหมา ภาวะนี้คืออะไร และจะป้องกันได้อย่างไรบ้าง ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย !
ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน (caval syndrome) คืออะไร ?
ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน หรือที่คุณหมอเรียกว่า caval syndrome คือ ภาวะที่พยาธิหนอนหัวใจตัวเต็มวัยจำนวนมากเกิดการอุดตันภายในหัวใจ ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดมีปัญหา เลือดไม่สามารถสูบฉีดจากหัวใจไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างเพียงพอ หากน้องหมาเกิดภาวะนี้จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดเอาพยาธิหนอนหัวใจที่อุดตันออกโดยด่วน !
อาการของภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตันเป็นอย่างไร ? และมีความอันตรายแค่ไหนกันนะ?
น้องหมาที่เกิดภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตันจะแสดงอาการอย่างเฉียบพลัน คือ เหนื่อยล้า อ่อนแรง ปัสสาวะเป็นเลือด เหงือกซีด และหมดสติ ในรายที่รุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตเฉียบพลันได้เลยล่ะ
ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตันสามารถป้องกันได้อย่างไร ?
ไม่ป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจเลยย่อมดีที่สุด !
วิธีการป้องกันก็ง่าย ๆ เพียงป้องกันน้องหมาจากยุง ด้วยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงใกล้บ้าน กางมุ้ง หรือกั้นมุ้งลวดรอบบริเวณบ้านเพื่อลดโอกาสการสัมผัสกับยุง และพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจกับคุณหมอเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อสามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้อย่าลืมใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตตัวร้ายที่อันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะพยาธิหนอนหัวใจ สาเหตุหลักของการเกิดภาวะนี้ เพียงเท่านี้ก็สบายใจ หายห่วง ><สำหรับใครที่กำลังมองหาโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจ
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน -

ตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจ ทำได้อย่างไรบ้าง ?
ไหนชีวิตนี้ใครไม่เคยโดนยุงกัดเลย ยกมือขึ้น !ไม่มีเลยใช่ไหม นั่นก็เพราะยุงร้ายสามารถเล็ดลอดมากัดเราได้ทุกเมื่อ ถึงแม้จะพยายามหนีแค่ไหนก็ยากที่จะหนีพ้นน้องหมาเองก็เช่นกัน นี่เองจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงควรพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจอยู่เสมอการตรวจคัดกรองพยาธิหนอนหัวใจสามารถทำได้เมื่อไร และตรวจด้วยวิธีไหนได้บ้าง ไปดูกัน ! ทำไมเราจึงควรพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจ ?เพราะโรคพยาธิหนอนหัวใจสามารถเกิดขึ้นได้กับน้องหมาทุกตัว เพียงการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาติดโรคพยาธิหนอนหัวใจได้ นอกจากนี้ประเทศไทยยังเป็นเขตที่พบการแพร่ระบาดของโรคอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ที่มีทุ่งหญ้า และแหล่งน้ำขังซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีของยุง ดังนั้นการพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคจะเป็นการช่วยให้เราสามารถทำการรักษาน้องหมาได้อย่างทันท่วงที และเป็นการลดโอกาสการเกิดอาการรุนแรงในน้องหมาที่ป่วยได้นั่นเอง ช่วงอายุที่ควรตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา คือ ?ตามคำแนะนำของ American Heartworm Society (AHS) หน่วยงานระดับโลกที่ทำหน้าที่ออกแนวทางการรักษาโรคพยาธิหนอนหัวใจให้แก่สัตวแพทย์ แนะนำว่าน้องหมาที่มีอายุมากกว่า 7 เดือนเป็นต้นไปควรได้รับการตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจ และควรทำการตรวจซ้ำเป็นประจำทุกปีเพื่อสามารถดูแล และรักษาได้อย่างทันท่วงที วิธีการตรวจมีกี่วิธีกันนะ ?การตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจสามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้1. การใช้ชุดตรวจเลือด : การใช้ชุดตรวจเลือดเป็นหนึ่งในวิธียอดนิยมที่สัตวแพทย์มักเลือกใช้ โดยชุดตรวจจะตรวจหาแอนติเจน หรือสารที่บ่งบอกว่าร่างกายมีพยาธิอยู่ภายใน2. การส่องกล้องหาพยาธิในเลือด : เป็นการตรวจที่ให้ผลดี เห็นการติดพยาธิหนอนหัวใจได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังสามารถตรวจหาตัวอ่อนภายในร่างกายอีกด้วย3. การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหา DNA ของพยาธิหนอนหัวใจ : เป็นการตรวจที่สามารถตรวจหาทั้งตัวเต็มวัย และตัวอ่อนภายในร่างกายน้องหมาได้ นอกจากนี้ยังมีความแม่นยำสูงอีกด้วย4. การฉายภาพรังสี และการอัลตราซาวด์ : การฉายภาพรังสี หรือที่หลายคนคุ้นเคยว่าการ…
ไหนชีวิตนี้ใครไม่เคยโดนยุงกัดเลย ยกมือขึ้น !
ไม่มีเลยใช่ไหม นั่นก็เพราะยุงร้ายสามารถเล็ดลอดมากัดเราได้ทุกเมื่อ ถึงแม้จะพยายามหนีแค่ไหนก็ยากที่จะหนีพ้น
น้องหมาเองก็เช่นกัน นี่เองจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงควรพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจอยู่เสมอ
การตรวจคัดกรองพยาธิหนอนหัวใจสามารถทำได้เมื่อไร และตรวจด้วยวิธีไหนได้บ้าง ไปดูกัน !
ทำไมเราจึงควรพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจ ?
เพราะโรคพยาธิหนอนหัวใจสามารถเกิดขึ้นได้กับน้องหมาทุกตัว เพียงการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาติดโรคพยาธิหนอนหัวใจได้ นอกจากนี้ประเทศไทยยังเป็นเขตที่พบการแพร่ระบาดของโรคอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ที่มีทุ่งหญ้า และแหล่งน้ำขังซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีของยุง ดังนั้นการพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคจะเป็นการช่วยให้เราสามารถทำการรักษาน้องหมาได้อย่างทันท่วงที และเป็นการลดโอกาสการเกิดอาการรุนแรงในน้องหมาที่ป่วยได้นั่นเอง
ช่วงอายุที่ควรตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา คือ ?
ตามคำแนะนำของ American Heartworm Society (AHS) หน่วยงานระดับโลกที่ทำหน้าที่ออกแนวทางการรักษาโรคพยาธิหนอนหัวใจให้แก่สัตวแพทย์ แนะนำว่าน้องหมาที่มีอายุมากกว่า 7 เดือนเป็นต้นไปควรได้รับการตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจ และควรทำการตรวจซ้ำเป็นประจำทุกปีเพื่อสามารถดูแล และรักษาได้อย่างทันท่วงที
วิธีการตรวจมีกี่วิธีกันนะ ?
การตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจสามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้
1. การใช้ชุดตรวจเลือด : การใช้ชุดตรวจเลือดเป็นหนึ่งในวิธียอดนิยมที่สัตวแพทย์มักเลือกใช้ โดยชุดตรวจจะตรวจหาแอนติเจน หรือสารที่บ่งบอกว่าร่างกายมีพยาธิอยู่ภายใน
2. การส่องกล้องหาพยาธิในเลือด : เป็นการตรวจที่ให้ผลดี เห็นการติดพยาธิหนอนหัวใจได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังสามารถตรวจหาตัวอ่อนภายในร่างกายอีกด้วย
3. การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหา DNA ของพยาธิหนอนหัวใจ : เป็นการตรวจที่สามารถตรวจหาทั้งตัวเต็มวัย และตัวอ่อนภายในร่างกายน้องหมาได้ นอกจากนี้ยังมีความแม่นยำสูงอีกด้วย
4. การฉายภาพรังสี และการอัลตราซาวด์ : การฉายภาพรังสี หรือที่หลายคนคุ้นเคยว่าการ x-ray และการอัลตราซาวด์สามารถใช้ตรวจหาการอุดตันของพยาธิหนอนหัวใจบริเวณหัวใจ และปอดได้
5. การผ่าตรวจภายใน : การผ่าตรวจภายในสามารถช่วยให้คุณหมอได้เห็นตัวเต็มวัยของพยาธิหนอนหัวใจภายในร่างกายได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามวิธีนี้มีข้อจำกัดค่อนข้างมาก และยากต่อการปฏิบัติจริง โดยเฉพาะในน้องหมาที่มีอาการไม่ดี หรืออายุเยอะ
ตรวจแล้วควรทำอย่างไรต่อ ?
หากตรวจพบว่าเกิดการติดพยาธิหนอนหัวใจ : ควรเริ่มต้นทำการรักษาในทันที โดยสัตวแพทย์จะจ่ายยาเพื่อค่อย ๆ กำจัดพยาธิหนอนหัวใจอย่างช้า ๆ ในบางรายอาจจำเป็นต้องกักบริเวณชั่วคราวเพื่องดการทำกิจกรรมที่กระตุ้นให้หัวใจมีการสูบฉีดเลือดสูง เพื่อลดโอกาสการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน หรือภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน และเริ่มต้นการใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจ (อ๊ะ อ๊ะ อย่าลืมเลือกโปรแกรมปกป้องที่สามารถให้ได้ในน้องหมาที่กำลังป่วย เพื่อป้องกันการตายของพยาธิอย่างกระทันหัน ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของการอุดตัน และการเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันในน้องหมาด้วยล่ะ สามารถสอบถามสัตวแพทย์เพิ่มเติมถึงโปรแกรมปกป้องที่เหมาะสมได้เลย)
หากตรวจไม่พบการติดพยาธิหนอนหัวใจ : อย่าเพิ่งเบาใจไปล่ะ เพราะพยาธิหนอนหัวใจสามารถติดได้ง่าย ๆ เพียงแค่การโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียว อย่าลืมปกป้องน้องหมาให้ห่างไกลจากยุง และใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตตัวร้าย โดยเฉพาะพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำทุกเดือน
อยากให้น้องหมาปลอดภัยจากโรคพยาธิหนอนหัวใจ อย่าลืมพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำทุกปี !
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน -

ร้อนนี้ระวังพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายที่มียุงเป็นพาหะ
หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ “พยาธิหนอนหัวใจ” ปรสิตร้ายที่เป็นสาเหตุของโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา แถมยังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่เจ้าของหลายคนมองข้าม แต่คุณรู้หรือไม่ ? ยิ่งอากาศร้อน ยิ่งต้องระวังโรคพยาธิหนอนหัวใจให้ดี ! เพราะอะไรถึงเป็นแบบนั้นกันนะ ? ทำไมหน้าร้อนถึงต้องระวังพยาธิหนอนหัวใจ ?เหตุผลก็คือ ช่วงฤดูร้อนเป็นฤดูที่ยุงเพิ่งผ่านพ้นภาวะจำศีลมาใหม่ ๆ ประกอบกับอากาศร้อนจะไปกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนเลือดภายในร่างกายยุงทำงานได้ดีขึ้น อัตราการเผาผลาญภายในร่างกายยุงจึงสูงตามไปด้วย พวกมันจึงหิวกระหายเลือดมากเป็นพิเศษ อาจเรียกได้ว่าฤดูร้อนเป็นฤดูที่ยุงดุที่สุดได้เลยล่ะ ! อาการที่ต้องเฝ้าระวังในน้องหมาน้องหมาที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรค หรือป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจอาจแสดงอาการต่อไปนี้– ไอแห้ง (ไม่มีเสมหะ) ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน– เล่น ออกแรง หรือออกกำลังกายเป็นระยะเวลานานไม่ได้– หมดแรงง่าย แม้ทำกิจกรรมที่เคยทำได้เป็นประจำ– ซึม ไม่อยากอาหาร– ผอม น้ำหนักลดลง– ท้องกาง (ใช้นิ้วจิ้มแล้วนิ่ม สัมผัสได้ว่ามีการสะสมของน้ำภายใน)– หายใจหอบ– เหงือกซีด– ปัสสาวะสีน้ำตาล หรือแดงเข้ม– ในบางรายอาจเสียชีวิตกระทันหันอ๊ะ อ๊ะ ! หากน้องหมาของคุณไม่แสดงอาการเหล่านี้ออกมาเลยก็อย่าเพิ่งเลื่อนผ่าน เพราะน้องหมาบางตัวอาจไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาให้เห็นเลยก็เป็นได้ ! ดังนั้นอย่าลืมพาน้องหมาไปทำการตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำทุกปีเพื่อหาความเสี่ยงของการเกิดโรคด้วยล่ะ ^^ โรคพยาธิหนอนหัวใจน่ากลัวจัง ป้องกันอย่างไรดี ? T^Tถึงโรคพยาธิหนอนหัวใจจะน่ากลัว…
หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ “พยาธิหนอนหัวใจ” ปรสิตร้ายที่เป็นสาเหตุของโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา แถมยังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่เจ้าของหลายคนมองข้าม แต่คุณรู้หรือไม่ ? ยิ่งอากาศร้อน ยิ่งต้องระวังโรคพยาธิหนอนหัวใจให้ดี ! เพราะอะไรถึงเป็นแบบนั้นกันนะ ?
ทำไมหน้าร้อนถึงต้องระวังพยาธิหนอนหัวใจ ?
เหตุผลก็คือ ช่วงฤดูร้อนเป็นฤดูที่ยุงเพิ่งผ่านพ้นภาวะจำศีลมาใหม่ ๆ ประกอบกับอากาศร้อนจะไปกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนเลือดภายในร่างกายยุงทำงานได้ดีขึ้น อัตราการเผาผลาญภายในร่างกายยุงจึงสูงตามไปด้วย พวกมันจึงหิวกระหายเลือดมากเป็นพิเศษ อาจเรียกได้ว่าฤดูร้อนเป็นฤดูที่ยุงดุที่สุดได้เลยล่ะ !
อาการที่ต้องเฝ้าระวังในน้องหมา
น้องหมาที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรค หรือป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจอาจแสดงอาการต่อไปนี้
– ไอแห้ง (ไม่มีเสมหะ) ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน
– เล่น ออกแรง หรือออกกำลังกายเป็นระยะเวลานานไม่ได้
– หมดแรงง่าย แม้ทำกิจกรรมที่เคยทำได้เป็นประจำ
– ซึม ไม่อยากอาหาร
– ผอม น้ำหนักลดลง
– ท้องกาง (ใช้นิ้วจิ้มแล้วนิ่ม สัมผัสได้ว่ามีการสะสมของน้ำภายใน)
– หายใจหอบ
– เหงือกซีด
– ปัสสาวะสีน้ำตาล หรือแดงเข้ม
– ในบางรายอาจเสียชีวิตกระทันหัน
อ๊ะ อ๊ะ ! หากน้องหมาของคุณไม่แสดงอาการเหล่านี้ออกมาเลยก็อย่าเพิ่งเลื่อนผ่าน เพราะน้องหมาบางตัวอาจไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาให้เห็นเลยก็เป็นได้ ! ดังนั้นอย่าลืมพาน้องหมาไปทำการตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำทุกปีเพื่อหาความเสี่ยงของการเกิดโรคด้วยล่ะ ^^
โรคพยาธิหนอนหัวใจน่ากลัวจัง ป้องกันอย่างไรดี ? T^T
ถึงโรคพยาธิหนอนหัวใจจะน่ากลัว แต่การป้องกันไม่ยากเลย เพียงทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. ป้องกันยุง : ไม่ว่าจะด้วยการทำลายแหล่งน้ำขังซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง การกางมุ้งลวด หรือการหลีกเลี่ยงการพาน้องหมาไปในที่ที่มียุงเยอะก็เป็นการลดโอกาสการสัมผัสยุงได้เป็นอย่างดี
2. ใช้โปรแกรมปกป้องที่ครอบคลุมการป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ : อย่าลืมใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตตัวร้ายที่ออกฤทธิ์ช่วยป้องกันการติดพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำทุกเดือน บอกเลยว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเสริมเกราะป้องกันโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมาเลยล่ะ
3. พาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจ : หลังจากเสริมเกราะป้องกันพยาธิหนอนหัวใจให้น้องหมาแล้ว อย่าลืมพาน้องหมาไปรับการตรวจคัดกรองพยาธิหนอนหัวใจกับสัตวแพทย์เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเริ่มตรวจได้ตั้งแต่น้องหมามีอายุมากกว่า 7 เดือนขึ้นไป เพียงเท่านี้ก็หมดกังวลเรื่องพยาธิหนอนหัวใจได้เลย !
หน้าร้อนนี้อย่าลืมเสริมเกราะป้องกันให้น้องหมาปลอดภัยจากพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิต
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน -

สวยใสไร้เห็บ แชร์เทคนิคป้องกันเห็บในน้องหมา
เพราะเห็บ คือปรสิตตัวร้ายที่คอยทำลายสุขภาพน้องหมา ส่งผลให้น้องหมาเกิดอาการคัน ภาวะโลหิตจาง อีกทั้งยังเป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือดอีกด้วยเพื่อป้องกันอันตรายจากเห็บอย่างมีประสิทธิภาพ ในวันนี้เราจะมาแชร์เทคนิคป้องกันเห็บในน้องหมาฉบับทำได้เองจากที่บ้าน จะมีเทคนิคอะไรบ้าง ไปดูกัน ! 1. ใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตที่ได้มาตรฐาน : นับเป็นเทคนิคสำคัญที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดในปัจจุบัน และเป็นเทคนิคที่สัตวแพทย์แนะนำให้ทำเป็นประจำสม่ำเสมอ โดยโปรแกรมปกป้องเหล่านี้จะประกอบไปด้วยตัวยาที่ออกฤทธิ์ในการกำจัดเห็บ เมื่อเห็บกัดน้องหมา เห็บจะได้รับยาเข้าสู่ร่างกาย และตายในท้ายที่สุด เป็นการตัดวงจรเห็บ ป้องกันไม่ให้เห็บเพิ่มจำนวน และขยายพันธุ์ต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตมีจำหน่ายมากมายในท้องตลาด เจ้าของอย่างเราควรเลือกโปรแกรมปกป้องที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย ได้รับการรับรองจากสัตวแพทย์ และที่สำคัญมีงานวิจัยรองรับ นอกจากนี้ควรเลือกโปรแกรมปกป้องแบบที่สามารถปกป้องน้องหมาจากปรสิตชนิดอื่น ๆ ที่สามารถพบได้บ่อย ทั้งพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายที่มียุงเป็นพาหะ ปรสิตภายนอก เช่น เห็บ หมัด ตลอดจนปรสิตภายใน เช่น พยาธิในระบบทางเดินอาหาร ร่วมด้วย โดยควรใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำข้างฉลาก เพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันที่ดีที่สุด 2. อาบน้ำน้องหมาอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง : การอาบน้ำเป็นการทำความสะอาดร่างกาย ช่วยจำกัดเห็บออกจากตัวของน้องหมา โดยเจ้าของควรเลือกใช้แชมพูสูตรที่ออกแบบมาเพื่อน้องหมาโดยเฉพาะ เพราะผิวหนังของน้องหมามีความแตกต่างจากมนุษย์ การใช้แชมพูของมนุษย์อาจทำให้ผิวหนังของน้องหมาแห้ง เป็นที่มาของการทำลายเกราะป้องกันบนผิวหนังตามธรรมชาติ ก่อให้เกิดปัญหาขนร่วง ผิวหนังอ่อนแอ และโรคผิวหนังตามมาได้…
เพราะเห็บ คือปรสิตตัวร้ายที่คอยทำลายสุขภาพน้องหมา ส่งผลให้น้องหมาเกิดอาการคัน ภาวะโลหิตจาง อีกทั้งยังเป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือดอีกด้วย
เพื่อป้องกันอันตรายจากเห็บอย่างมีประสิทธิภาพ ในวันนี้เราจะมาแชร์เทคนิคป้องกันเห็บในน้องหมาฉบับทำได้เองจากที่บ้าน จะมีเทคนิคอะไรบ้าง ไปดูกัน !
1. ใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตที่ได้มาตรฐาน : นับเป็นเทคนิคสำคัญที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดในปัจจุบัน และเป็นเทคนิคที่สัตวแพทย์แนะนำให้ทำเป็นประจำสม่ำเสมอ โดยโปรแกรมปกป้องเหล่านี้จะประกอบไปด้วยตัวยาที่ออกฤทธิ์ในการกำจัดเห็บ เมื่อเห็บกัดน้องหมา เห็บจะได้รับยาเข้าสู่ร่างกาย และตายในท้ายที่สุด เป็นการตัดวงจรเห็บ ป้องกันไม่ให้เห็บเพิ่มจำนวน และขยายพันธุ์ต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตมีจำหน่ายมากมายในท้องตลาด เจ้าของอย่างเราควรเลือกโปรแกรมปกป้องที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย ได้รับการรับรองจากสัตวแพทย์ และที่สำคัญมีงานวิจัยรองรับ นอกจากนี้ควรเลือกโปรแกรมปกป้องแบบที่สามารถปกป้องน้องหมาจากปรสิตชนิดอื่น ๆ ที่สามารถพบได้บ่อย ทั้งพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายที่มียุงเป็นพาหะ ปรสิตภายนอก เช่น เห็บ หมัด ตลอดจนปรสิตภายใน เช่น พยาธิในระบบทางเดินอาหาร ร่วมด้วย โดยควรใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำข้างฉลาก เพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันที่ดีที่สุด
2. อาบน้ำน้องหมาอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง : การอาบน้ำเป็นการทำความสะอาดร่างกาย ช่วยจำกัดเห็บออกจากตัวของน้องหมา โดยเจ้าของควรเลือกใช้แชมพูสูตรที่ออกแบบมาเพื่อน้องหมาโดยเฉพาะ เพราะผิวหนังของน้องหมามีความแตกต่างจากมนุษย์ การใช้แชมพูของมนุษย์อาจทำให้ผิวหนังของน้องหมาแห้ง เป็นที่มาของการทำลายเกราะป้องกันบนผิวหนังตามธรรมชาติ ก่อให้เกิดปัญหาขนร่วง ผิวหนังอ่อนแอ และโรคผิวหนังตามมาได้ นอกจากนี้การเลือกใช้แชมพูสูตรป้องกันเห็บ หมัด ยังควรใช้ในความถี่ที่เหมาะสม คือเดือนละ 1-2 ครั้ง เพราะการอาบน้ำน้องหมาบ่อยเกินไป อาจทำให้น้องหมามีผิวหนังที่แห้งได้เช่นกัน
3. ดูแลความสะอาดของสิ่งแวดล้อม : เทคนิคสุดท้ายที่ช่วยให้การป้องกันเห็บในน้องหมาเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือการลดโอกาสการสะสมของเห็บในธรรมชาติ ด้วยการดูแลรักษาความสะอาดของสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะบริเวณที่น้องหมาอาศัยอยู่เป็นประจำ เจ้าของควรดูดฝุ่น หรือกวาดเอาสิ่งสกปรกออกไปให้หมด เพื่อลดการสะสมของไข่ในธรรมชาติ ตลอดจนตัดหญ้าให้สั้น และกวาดเศษใบไม้บริเวณรอบบ้านอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการหลบซ่อนของเห็บ
สิ่งสำคัญของการป้องกันเห็บในน้องหมา คือการบูรณาการร่วมกันระหว่างการใช้โปรแกรมปกป้องอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นการดูแลจากภายใน และการอาบน้ำ การดูแลความสะอาดของสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นการดูแลจากภายนอก เพียงเท่านี้น้องหมาก็จะสวยใสไร้เห็บ หมดกังวลเรื่องเห็บไปได้เลย !
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน